‘มาร์ค’เตือนคว่ำก.ม.ลูก พาชาติสู่วังวนขัดแย้ง

“มาร์ค”เชื่อ ไม่เลื่อนเลือกตั้ง เตือนสติ ใครคิดคว่ำกฎหมายลูก สร้างเงื่อนไขลากยาว พาชาติกลับสู่วังวนขัดแย้งเดิม ขณะที่นำทีม ฟังเสวนา“ภาพอนาคตในปี 2035 ที่ดิน พลังงาน”หาข้อมูลทำนโยบายหาเสียง เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถ.รัชดาภิเษก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับการเลื่อนการเลือกตั้ง

ว่า เป็นการคาดการณ์ เพราะคำสัมภาษณ์ของบางคนที่ทำให้ถูกตีความเช่นนั้น แต่ปฏิทินการออกกฎหมายลูกมีความชัดเจนอยู่แล้วจะมีช่องโหว่เพียงอย่างเดียวคือ กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ไม่เห็นชอบกับกฎหมายลูก ซึ่งเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของแม่น้ำ 5 สายที่ต้องเดินตามปฎิทินที่ตัวเองประกาศไว้  ถ้าไม่ทำจะเกิดผลกระทบถึงความเชื่อมั่นจากภายนอกและแรงกดดันจากภายในด้วย  จึงไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาเรื่องการออกกฎหมายลูกไม่ทัน เพราะมั่นใจว่าทุกฝ่ายต้องการให้ทุกอย่างเดินไปด้วยความราบรื่น เรียบร้อย ใครคิดทำเงื่อนไขให้ผิดเพี้ยน เบี่ยงเบนไป จะเป็นการสร้างปัญหาให้กับประเทศและความขัดแย้งจะรุนแรง จนกลับไปสู่วังวนเดิมของความขัดแย้งทางการเมือง ขณะเดียวกันส่วนปฏิทินภายในของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ที่ระบุว่าการเลือกตั้งอาจเกิดขึ้นในเดือนส.ค. 2561 นั้น เห็นว่า ที่กกต.คงคำนวณเวลาลืมบางขั้นตอนไป ดังนั้นการจะระบุว่าเป็นเดือนนั้นเดือนนี้ต้องบวกลบด้วย

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังร่วมรับฟังการสัมมนาหัวข้อ “ภาพอนาคตในปี2035 ที่ดิน พลังงาน และน้ำประเทศไทย” จัดโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ว่า นโยบายพรรคในครั้งหน้าจะต้องนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกือบทุกด้าน และพรรคมีนโยบายที่จะชูธงปฏิรูปประเทศในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งข้อมูลที่ทีดีอาร์ไอเสนอเป็นเรื่องหลักของประเทศ คือทรัพยากรที่ดิน น้ำ และพลังงาน โดยจะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำนโยบายของพรรค รวมถึงนโยบายที่ดินก็มีปัญหาเรื่องการบุกรุกมีการดำเนินการกับผู้มีรายได้น้อยแบบหนึ่ง ในขณะที่การถือครองที่ดินของคนที่มีฐานะมีสัดส่วนสูงมาก ทั้งหมดเป็นหัวใจในการจัดสรรทรัพยากรและคิดกติกาว่าจะทำอย่างไรที่จะเอื้อว่าไม่เพียงแต่เศรษฐกิจจะเติบโตแต่ประโยชน์ของการเติบโตต้องกระจายไปยังทุก ๆ คนจริง ๆ  อย่างไรก็ตามส่วนเรื่องการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาลนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่าแผน 20 ปีจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ เพราะมาตรการและนโยบายที่ออกมายังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews